การเข้าเคียร์หรือการตรวจค้นห้องและมุมอับสายตา
ภายในห้องโดยมีการใช้ไฟฉาย ทางยุทธวิธี เข้าประกอบด้วยกับ การปฎิบัติ
โดยมีเจ้าหน้าที่ 4 นาย แต่แบ่งเป็น 2 ชุด สองคนแรกเข้าครวจค้น
อีกสองคนคอยระวัง ป้องกันอยู่นอกห้อง และเป็นตัวสำรองเผื่อกรณีที่สองคนแรกมีปัญหา
หรือมีการปะทะ อีก 2 คนที่เหลือจะเข้าเสริมได้ทันที จะเป็นการ
ปฎิบัติที่ปลอดภัยกว่าการเเยกกันเลย 2 ชุด ต่าง คนต่างออกตรวจค้นคน
ละห้องลักษณะการแยกกัน ปฎิบัติเช่นนี่จะ เป็นอันตรายและเกิดช่องโหว่ในการทำงานได้อย่าง
มากการปฎิบัติเป็นทีมครบแต่ แบ่งหน้าที่กัน ทำนั้นมีความปลอภัย
กว่าการเเยกกำลังกันออกเป็นชุด ย่อยเพราะทำให้อำนาจการยิงและ
ประสิทธิภาพ ของทีมถูกลดทอนลงทันที
ขั้นตอน การปฎิบัติ มี 3 ขั้นตอน แบ่งออกเป็นภาพชุด
A เป็นการเข้าตรวจค้น ห้องแต่ไม่มีคน ร้ายอยู่ ชุด B มีคนร้าย
หลบซ่อนอยู่ที่มุมอับสายตา ซึ่งเจ้าหน้าที่ ต้องมีความรอบ คอบในเรื่องของมุ
มอับสายตา ที่สามารถเป็นที่หลบซ่อนตัวได้ และชุด C เป็นภาพที่คนร้ายเตรียม
การต่อสู้อยู่แล้ว หากยังไม่ตัดสินใจ ยิ่งต่อสู้ออกไป ก่อนก็ยังมีความหวังในการ
เกลี้ยกล่อมและจับกุมตัวได้ แต่ถ้าพอเปิดประตูเข้ามา แล้วยิงสวนทันทีนั้นมีความเป็น
ไปได้ว่าเจ้าหน้าที่คนแรกอาจโดนยิง ก่อนจากนั้นคนต่อๆมาจะเข้าชาร์จและ
ยิงต่อสู้ทันทีเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องสวมใส ่อุปกรณ์ป้องกันตัวเอง
เช่นเสื้อเกราะ หมวกเคฟลาร์ เหล่านี้เพื่อปกป้องร่างกายจากการยิงต่อสู้
เพราะถึงแม้โดน ยิงก็ยังปลอดภัยกว่าการ ไม่มีอุปกรณ์เสริมใดๆเลย
| ภาพชุด A การเข้าตรวจค้นแต่ไม่มีคนร้ายอยู่ในห้อง |
 |
| ภาพชุด B การเข้าตรวจค้นห้องที่มีมุมอับสายตา
และมีคนร้ายซ่อนอยู่ |
 |
| ภาพชุด C การเข้าตรวจค้นห้องและพบคนร้ายที่กำลังจะต่อสู้ |
 |
|